logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo
logo

Loading

สภาวการณ์การจ้างงานของเด็กรุ่นใหม่ในเกาหลี

สำหรับคนที่สมัครงานในเกาหลีที่มีคะแนน TOEIC 900 จำเป็นต้องมีประสบการณ์การฝึกงานหรือไม่? เงินเดือนเริ่มต้นของเด็กรุ่นใหม่เกาหลีคือ 40 ล้านวอน?!

user profile image
Yujin Kim
5 years ago
สภาวการณ์การจ้างงานของเด็กรุ่นใหม่ในเกาหลี

สวัสดีค่ะทุกคน! พวกเรา Creatrip ศูนย์รวบรวมข้อมูลการท่องเที่ยวเกาหลีที่อัพเดทโดยคนเกาหลีในทุก ๆ วัน


#ทำงานเกาหลี #หางานเกาหลี

#สมัครงานเกาหลี #เด็กจบใหม่


ปัจจุบันอัตราการแข่งขันเรื่องการหางานในเกาหลีค่อยๆเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กจบใหม่หลายคนที่ต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวอย่างหนักเพื่อสมัครงานจนมีคำที่เรียกว่า “취준생” ย่อมาจาก 취업 준비생 ที่แปลว่านักเรียนที่เตรียมตัวเพื่อสมัครงานค่ะ นอกจากจะเหนื่อยกับการเตรียมตัวแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญกับความกดดันที่อาจนำไปสู่โรคทางใจค่ะ

วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์หางานในเกาหลี พร้อมทั้งบอกสถานการณ์การหางานในปัจจุบันของคนเกาหลี, เงินเดือนที่ควรได้รับให้ทุกคนได้หายสงสัยค่ะ


🤞🏻Subscribe พวกเรา Creatrip บน Youtube

Creatrip Instagram
instagram.com/creatrip.thailand

🎈ช้อปปิ้ง|สั่งซื้อสินค้าเกาหลี


สภาวการณ์การจ้างงานของเด็กรุ่นใหม่ในเกาหลี

อัตราการว่างงานของเด็กจบใหม่ในเกาหลี

ภาพคนที่นั่งอยู่บนพื้นโดยสวมสูทซึ่งแสดงถึงความเหนื่อยล้าในการหางานหรือทำงานในสภาวะที่ยากลำบากในเกาหลีใต้


"ฉันคิดว่าฉันรู้แล้วว่าทำไมคนที่กำลังหางานในเกาหลีถึงฆ่าตัวตาย"

หัวข้อนี้ถูกโพสต์ลงในเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งของเกาหลีเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เป็นการบอกเล่าความรู้สึกของเด็กเกาหลีที่กำลังเตรียมตัวสมัครงาน

ผู้เขียนเล่าว่าแม้จะสมัครหลายที่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ทั้งการเตรียมเอกสารบ่อยครั้งและแม้แต่การสัมภาษณ์สัมภาษณ์ก็ทำให้ความภาคภูมิใจในตนเองลดลงและไม่อยากจะพบปะผู้คนอีกต่อไป


กลุ่มคนที่กำลังรอเข้าร่วมงานมหกรรมการจ้างงานในเกาหลีซึ่งแสดงถึงการแข่งขันสูงในตลาดงานของเกาหลี

รายงานที่บอกว่าตอนนี้มีผู้เตรียมตัวสมัครงานมากกว่า700,000คน เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะพยายามหางานทำมากแค่ไหน แต่ดูเหมือนว่าปัญการว่างงานนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขจากภาครัฐและองค์กรใหญ่ๆ เนื่องจากคนรุ่นก่อนมักมองว่าปัญหาการว่างงานของคนรุ่นใหม่เกิดเพราะคนรุ่นใหม่ขาดความพยายาม

คาดกันว่าคนเกาหลีที่กำลังหางาน 9 ใน 10 คนจะตกอยู่ภายใต้ความเครียดจากการเตรียมตัวที่มากเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่โรคหัวใจ,ภาวะซึมเศร้าหรือโรคทางใจอื่นๆ


แผนภูมิการเปลี่ยนแปลงอัตราการว่างงานของกลุ่มประเทศ OECD สำหรับวัยรุ่นเกาหลีในช่วงปี 2009 และ 2019


อัตราการว่างของคนรุ่นใหม่ปี 2020 ในเกาหลี 8.9%

ผลการสำรวจประจำปี 2020 พบว่าในกลุ่มประเทศ OECD ภาวะการว่างงานกลุ่มคนรุ่นใหม่ในประเทศเกาหลีมีความรุนแรงเป็นพิเศษ จากผลการวิเคราะห์ตัวชี้วัดการจ้างงานคนรุ่นใหม่ของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจเกาหลีในประเทศ OECD เป็นเวลา 10 ปีตั้งแต่ปี 2009 - 2019 อัตราการว่างงานของคนรุ่นใหม่ (อายุ 15-29 ปี) ลดลง 4.4% ในขณะที่อัตราในเกาหลีเพิ่มขึ้น 0.9%

โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศหลักๆได้แก่ สหรัฐอเมริกา 8.1% P (14.5% → 6.4%) สหราชอาณาจักร 6.5% P (14.4% → 7.9%) เยอรมนี 5.3% P (10.2% → 4.9%) สวีเดน 4.5% P (18.2% → 13.7%) , ญี่ปุ่น 4.4% P (8.0% → 3.6%) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างกับเกาหลี


ผู้หญิงเดินผ่านบอร์ดที่ติดข้อมูลการสมัครงานที่สถาบันหนึ่งในเกาหลี


ในบรรดากลุ่มประเทศ OECD 37 ประเทศ พบว่า ุ6 ประเทศมีการว่างงานของคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นและในจำนวนนั้นคือกรีซและอิตาลีซึ่งประสบกับวิกฤตการคลัง และเป็นประเทศที่มีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นมากกว่าเกาหลี

ส่งผลให้อันดับอัตราการว่างงานของคนรุ่นใหม่ในเกาหลีอยู่ที่อันดับ 5 จาก 37 กลุ่มประเทศ OECD ในปี 2009 แต่ในปี 2019 เกาหลีใต้กลายเป็นอันดับที่ 20 ซึ่งแสดงให้เห็นความวิกฤตในเกาหลี


การจ้างงานเด็กรุ่นใหม่

มุมมองด้านหลังของผู้ชายที่ยืนมองตึกสูงในเมืองใหญ่แสดงถึงสภาวะกดดันและความมุ่งหวังในการทำงานในตึกสูงในเกาหลี


อายุที่เหมาะสมกับการหางาน

คนเกาหลีกว่า 70% จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ดังนั้นผู้ชายจึงเริ่มเตรียมงานทันทีหลังจากปลดประจำการจากทหารตั้งแต่อายุประมาณ 26-27 ปีและผู้หญิงอายุ 23-24 ปี การเตรียมตัวเพื่อหางานเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำทันทีหลังจากที่จบการศึกษา

ตัวอย่างเช่น หากนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ก็ควรที่จะหางานทำให้ได้ตั้งแต่ปลายปี 2020 นั่นหมายความว่าทุกคนจะได้แสดงความยินดีในงานรับปริญญา


ชายคนหนึ่งในชุดอาบน้ำสุ่มที่ใส่หมวกบัณฑิต การแสดงถึงช่วงเวลาหลังจากจบการศึกษา


เนื่องจากการหางานทำทันทีที่จบสำเร็จการศึกษาถือเป็นเรื่องที่ดี จึงเป็นเรื่องปกติมากในเกาหลีที่จะเลื่อนการสำเร็จการศึกษาออกไป เป็นที่ทราบกันดีว่าบริษัทต่างๆมักจะชอบคนที่กำลังจะจบการศึกษามากกว่าผู้ที่จะจบการศึกษาแล้ว

นั้นเพราะว่าช่วงระยะเวลาก่อนจบการศึกษาไปจนถึงได้งาน ผู้สมัครจะมีความสามารถในการแข่งขันน้อยกว่า เป็นผลให้นักศึกษาหลายคนสมัครเข้ารับการทดลองเพื่อรักษาสถานะนักศึกษาให้นานขึ้นจะได้ไม่ต้องเตรียมตอบคำถามสัมภาษณ์ว่าทำอะไรในระหว่างการหางาน


ผู้สมัครงานในชุดทางการนั่งสัมภาษณ์งาน การแสดงถึงกระบวนการสมัครงานในบริษัทในเกาหลี


แล้วอะไรคือเหตุผลที่นักศึกษาที่เตรียมหางานจะได้งานทำทันทีหลังจากสำเร็จการศึกษาและลดระยะเวลาการหางานลง นั้นเพราะมีข้อจำกัดเรื่องอายุสำหรับการรับสมัครใหม่

อายุปกติของผู้ชายเกาหลีที่จะประสบความสำเร็จใน 30 ปีและ 28 ปีสำหรับผู้หญิง ดังนั้นเรื่องของอายุจึงกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยในการตัดสินเรื่องงานของคนรุ่นใหม่ในเกาหลี


ภาพระยะใกล้ของมือที่ถือหนังสือเดินทางเกาหลีและกระเป๋าเดินทาง แสดงถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางนอกประเทศเพื่อศึกษาหรือทำงาน


ตัวอย่างเช่น หากนักเรียนคนหนึ่งต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน พวกเขามักจะลังเลเพราะต้องใช้เวลาในการเรียนมากกว่านักเรียนคนอื่นๆถึงหนึ่งปี

เนื่องจากนักเรียนเกาหลีมีความกังวลว่าการหางานช้าไปปีครึ่งจะเป็นการลดโอกาส เพราะเหตุนี้คนเกาหลีมักจะกลัวและลังเลที่จะทำกิจกรรมอื่นๆเมื่อคนอื่นได้งาน


ภาพของผู้สมัครงานนั่งรอสัมภาษณ์ใส่ชุดทางการแสดงถึงกระบวนการและการเตรียมตัวก่อนการสัมภาษณ์ในเกาหลี


อัตราการแข่งขันในการสมัครงาน

ผลการสำรวจในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 จากบริษัทเป้าหมายทั้งหมด 177 แห่งที่เป็นแพลตฟอร์มการหางานพบว่าอัตราการแข่งขันเฉลี่ยสำหรับการจ้างงานใหม่ในปีที่แล้วคือ 36: 1

นี่เป็นเพียงตัวเลขเฉลี่ยแต่บริษัทขนาดกลางที่มีชื่อเสียงและองค์กรขนาดใหญ่อาจมีอัตราการแข่งขันสูงกว่า


อาคาร Shilla Stay ในเกาหลีใต้ตอนกลางคืน แสดงถึงสถานที่ที่มีการจ้างงานและแข่งขันสูง


ในปี 2019 โรงแรมShilla Stay ได้พสต์ประกาศบนอินเทอร์เน็ตรับสมัครคนเพื่อทำงานในโรงแรมที่เพิ่งเปิดใหม่ ซึ่งมีคน1,500 คนแห่มาสมัครภายในเวลา 10 วัน

ส่วนคุณสมบัติของผู้สมัครเป็น "ผู้สำเร็จการศึกษาระดับวิทยาลัยหรือสูงกว่า" แต่มีผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศและหลักสูตรสี่ปีได้ส่งประวัติย่อมาสมัครด้วย ด้านเจ้าหน้าที่ของ Shilla Stay กล่าวว่า "มีผู้สมัครมากเกินไป"

นอกจากนี้เป็นเรื่องปกติมากที่อัตราการแข่งขันของบริษัทขนาดใหญ่เกิน 100: 1


ที่SK Innovation ซึ่งเปิดรับสมัครเพียง 100 คนแต่มีผู้สมัครมากกว่า 10,000 คนและมีผู้สมัครประมาณ 6,500 คนที่สมัครงานกับ Kolmar Korea ซึ่งเปิดรับแค่ 60 คนเท่านั้น

การเปิดรับสมัครงานของบริษัทซึ่งถือเป็นงานที่มั่นคง มีผู้สมัครกว่า 11,597 คนที่เข้ามาสมัครงานที่ KOSPO ซึ่งเปิดรับ 84 คนและอัตราการแข่งขันสำหรับพนักงานสินเชื่อสาธารณะในฝ่ายบริหารและนักบัญชีของ Korea Gas Safety Corporation มีอัตราการแข่งขันสูงถึง 236.5:1

จะเห็นได้ว่าอัตราการแข่งขันของงานเช่น การจัดการ,การขาย,ด้านศิลปศาสตร์และด้านสังคมศาสตร์ค่อนข้างสูงกว่าอาชีพอื่นๆจากการสำรวจของ Job Korea พบว่าในสถานะของการรับสมัครใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 กลุ่มงานทั้งหมดสมัครงานโดยเฉลี่ย 8 ตำแหน่งและผ่านเพียง 2 ตำแหน่งเท่านั้น


ประเภทงาน
อัตราการสมัครงานต่อการผ่าน
โดยรวม
7.8 ครั้ง/1.8 ครั้ง
งานด้านวิทยาศาตร์และวิศวกรรม
8.0 ครั้ง/1.6 ครั้ง
งานด้านมนุษยศาสตร์
7.6 ครั้ง/1.7 ครั้ง
งานด้านบัญชี
9.8 ครั้ง/1.7 ครั้ง
งานด้านสังคมศาสตร์
7.1 ครั้ง/2.2 ครั้ง
งานเกี่ยวกับทรัพยากรทางธรรมชาติ
7.8 ครั้ง/2.2 ครั้ง
งานด้านศิลปะ
6.9 ครั้ง/1.3 ครั้ง

ที่มา: JOB Korea



คุณสมบัติ

ปัจจุบันจำนวนงานลดลงและอัตราการแข่งขันเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้สมัครงานมุ่งมั่นในการสร้างคุณสมบัติของตัวเองเพื่อเพิ่มมูลค่า ตัวอย่างเช่น หากต้องการเปรียบเทียบข้อมูลความแตกต่างของปี 1992 และปี 2014

ข้อมูลของนักศึกษที่จบการศึกษาจากคณะวรรณคดีเยอรมันเมื่อปี 1992 และปี 2014 ที่มีความต่างกันถึง 22 ปี โดยผู้สำเร็จการศึกษาในปี 1992 มีเกรดเฉลี่น 2.7 และไม่มีคะแนนทางภาษาในขณะที่ผู้สำเร็จการศึกษาในปี 2014 มีเกรดสูง 3.64 และคะแนนภาษาอังกฤษสูง TOEIC 965 และ TOEIC Speaking Level 7

เห็นได้ชัดเจนถึงความแตกต่างของทั้ง 2 ยุคโดยผู้สำเร็จการศึกษาในปี 1992 มีเพียงใบอนุญาตขับขี่เป็นคุณสมบัติเดียว ในขณะที่ผู้สำเร็จการศึกษาในปี 2014 มีข้อกำหนดในการทำงานบริการ 100 ชั่วโมง,มีประสบการณ์นักเรียนแลกเปลี่ยนและการศึกษาภาษาเยอรมัน รวมถึงมีการทดสอบความสามารถทางประวัติศาสตร์เกาหลี,การทดสอบความสามารถทางอักษรภาษาจีนปริญญาโทและมีใบรับรองความรู้คอมพิวเตอร์ MOS (Microsoft Office Specialist)



ผู้สำเร็จการศึกษาในปี 1992 ได้รับการแนะนำให้เข้าทำงานและสอบผ่านบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ขณะที่ผู้สำเร็จการศึกษาในปี 2014 ได้สมัครเข้าทำงานถึง 23 แห่งรวมถึงบริษัทขนาดใหญ่และองค์กรสาธารณะ ซึ่งก็ไม่ผ่าน

ดูเหมือนว่าในช่วงเวลา 20 ปีจะมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ดังนั้นทันทีที่นักศึกษาที่ลงทะเบียนปี 2020 นอกจากเรื่องการเรียนแล้วพวกเขายังต้องสร้างคุณสมบัติต่างๆเช่น กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริษัท,งานพาร์ทไทม์ไปจนถึงคุณสมบัติด้านภาษาต่างๆ ใบอนุญาตคอมพิวเตอร์และการฝึกงาน


โปสเตอร์ให้สนับสนุนนักศึกษาจาก LG U+


หลายบริษัทต้องการส่งเสริมให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์และความรู้สึกในการหางานด้วยโครงการต่างๆ ซึ่งก็มีนักศึกษาหลายคนที่สมัครเข้าร่วมโครงการทดลองงานเพื่อสะสมประสบการณ์และเพิ่มคุณสมบัติในอนาคต



คุณสมบัติและข้อกำหนดในการเข้าทำงานบริษัทใหญ่ๆคืออะไร?

เนื่องจากอัตราการแข่งขันในบริษัทขนาดใหญ่ค่อนข้างสูง เราจึงได้รวบรวมคุณสมบัติจากผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากการสมัครงานเอามาเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน



1. ผู้ผ่านการคัดเลือกในงานที่สนามบิน (ด้านวิศวกรรม)

  • คะแนนภาษา: TOEIC 940 คะแนน
  • กิจกรรม: ได้รับรางวัล, เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์งานวิจัยหรือเคยได้รับรางวัลจาก Microsoft
  • ประสบการณ์ฝึกงาน: ไม่มี
  • ใบรับรอง: ใบรับรองด้านคอมพิวเตอร์ , วิศวกรด้านไฟฟ้า



2. ผู้ผ่านงานที่ธนาคาร C (งานด้านบัญชี)

  • คะแนนภาษา: TOEIC 855 คะแนน
  • กิจกรรม: ผู้สื่อข่าวประจำมหาวิทยาลัยซัมซุง, ผู้สนับสนุนกิจกรรมของบริษัทฮุนได, การประชุมด้านการบริหาร, งานอาสาสมัครที่เวียดนาม, นักเรียนแลกเปลี่ยนที่เนเธอร์แลนด์
  • ประสบการณ์ฝึกงาน: ฝึกงานที่ธนาคาร A, ฝึกงานที่ธนาคาร B
  • ใบรับรอง: ใบรับรองจาก MOS , ใบรับรองนักวิเคราะห์ข้อมูล


3. ผู้ผ่านการสมัครที่บริษัท S (งานด้านวิศวกรรม)

  • คะแนนภาษา: TOEIC 860 คะแนน, TOEIC Speaking LV6
  • กิจกรรม: เข้าร่วมชมรมตลอด 4 ปี, ผู้ปฏิบัติงานที่ห้องปฏิบัติการ, ผู้ให้คำปรึกษาสำหรับพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว, งานพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหาร 3 ปี
  • ประสบการณ์ฝึกงาน: ไม่มี



เงินเดือนเริ่มต้นของคนรุ่นใหม่

จากวิกฤตในตอนนี้จะส่งผลต่อเงินเดือนเริ่มต้นของคนเกาหลีหรือไม่?



ในปี 2020 เงินเดือนเริ่มต้นของบัณฑิตที่จบมหาวิทยาลัย 4 ปีใหม่คือ 41.3 ล้านวอน / 38.1 ล้านวอน / 28 ล้านวอนตามลำดับ

เมื่อดูเงินเดือนประจำปีขององค์กรขนาดใหญ่ (100%) เงินเดือนเริ่มต้นสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับวิทยาลัยในองค์กรของรัฐคือ 92% ขององค์กรขนาดใหญ่และเงินเดือนเริ่มต้นสำหรับ SMEs เป็นเพียง 68% ขององค์กรขนาดใหญ่

ซึ่งแทบไม่แตกต่างจากปีที่แล้วเมื่อเทียบกับปีที่แล้วและมีเพียงเงินเดือนเริ่มต้นของ SMEs เท่านั้นที่เพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว


เห็นแบบนี้เราก็เหนื่อยแทนคนรุ่นใหม่ในเกาหลีจริงๆที่ต้องรับแรงกดดันจากการหางาน แต่เชื่อว่าไม่เพียงแต่เกาหลีใต้เท่านั้นที่ต้องเจอสภาวะแบบนี้ ใครที่กำลังหางานอยู่ Creatrip ก็ขอเป็นกำลังใจให้ได้งานตามที่หวังเร็วๆค่ะ

🤞🏻Subscribe พวกเรา Creatrip บน Youtube

Creatrip Instagram
instagram.com/creatrip.thailand

🎈ช้อปปิ้ง|สั่งซื้อสินค้าเกาหลี

โพสต์ที่น่าสนใจ